03มี.ค..2020

อยากรู้ต้องมาฟัง! รวมทุกเรื่องที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับการปล่อยเช่าให้ชาวญี่ปุ่น

อยากลงทุนปล่อยเช่าให้คนญี่ปุ่นต้องอ่าน! วันนี้เราจะมาเผยทริคดีๆ ที่จะช่วยมัดใจผู้เช่าชาวญี่ปุ่นกันแบบเจาะลึก ทั้งในเรื่องของ ทำเล ลักษณะห้องพัก ตลอดจนเทคนิคพิชิตใจในการปิดการขาย! อย่ารอช้า ตามเรามาดูกันเลย 👇

.

พร้อมพงษ์-ทองหล่อ-เอกมัย ย่านยอดฮิต ที่อาจไม่ฮิตอีกแล้ว!?

หลายคนคงทราบกันดีว่า หากสนใจปล่อยเช่าให้คนญี่ปุ่น ทำเลของอสังหาฯ ที่ควรลงทุนก็คงจะหนีไม่พ้นแถว พร้อมพงษ์-ทองหล่อ-เอกมัย ที่ได้ถูกเรียกขานว่าเป็น ‘Japanese Town’ หรือย่านอยู่อาศัยของคนญี่ปุ่น

ซึ่งสาเหตุที่คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยเลือกที่จะอาศัยอยู่ในย่านนี้ก็เป็นเพราะอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์คนญี่ปุ่นมากกว่า อย่างเช่น มี ‘Fuji Supermarket’ ที่มีการนำของกิน ของใช้ ต่าง ๆ นำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรง นอกจากนี้ ยังมี ‘ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีคนญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ’ แวดล้อมอยู่โดยรอบ ทำให้คนญี่ปุ่นเองรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมตนเองเคยคุ้นชิน ไม่เพียงเท่านั้นบริเวณนี้ยังใกล้กับ ‘โรงเรียนญี่ปุ่นและโรงเรียนอินเตอร์’ หลายแห่ง สะดวกต่อสำหรับชาวญี่ปุ่นที่พาครอบครัวและลูกมาด้วย

แต่ถึงแม้ พร้อมพงษ์-ทองหล่อ-เอกมัย จะเป็นย่านยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น แต่ในปัจจุบันก็มีชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยเลยที่เริ่มขยับขยายออกมาอยู่ในย่านอื่น ๆ อย่าง อ่อนนุช และ ปุณณวิถี ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยเรื่องงบประมาณ เพราะหากพูดกันตามจริงแล้วย่านในเมืองในแพง ค่าเช่าต่อตารางเมตรสูงเกิน 1000 บาท ในขณะที่หากเขยิบออกมาหน่อยก็อาจได้ห้องในราคาเช่าที่ถูกกว่า ตกตารางเมตรละ 600-700 บาท แถมความสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อย่างห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าในเมืองเลย แต่อย่างไรหากเลือกได้ และงบฯ ถึงคนญี่ปุ่นก็มักจะเลือกย่านพร้อมพงษ์-ทองหล่อ-เอกมัย เป็นคำตอบสุดท้ายอยู่ดีค่ะ

.

ปล่อยเช่าง่าย ขอแค่มี สิ่งอำนวยความสะดวกที่ตรงใจ

จากประสบการณ์ 5 ปีที่ทาง Shinyu ได้ดูแลลูกค้ามา คอนโดที่ง่ายต่อการปล่อยเช่าให้ชาวญี่ปุ่นก็คือคอนโดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกดังนี้ต่อไปนี้

– ‘อ่างอาบน้ำ’ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ทั้งนั้น เพราะคนญี่ปุ่นชื่นชอบการแช่น้ำร้อนเป็นอย่างมาก
– ‘Golf Simulator’ หรือ สนามกอล์ฟจำลอง เนื่องจากคนญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานส่วนใหญ่มักจะต้องเข้าสังคมด้วยการ ‘ตีกอล์ฟ’ ซึ่งเข้าจะมีวัฒนธรรมว่าวันอาทิตย์จะต้องออกไปตีกอล์ฟกับเจ้านายหรือลูกค้าเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ดังนั้นหากโครงการไหนมีสนามกอล์ฟจำลองให้เหล่ามนุษย์นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นไว้ซ้อมมือ ก็จะยิ่งโดนใจเป็นพิเศษ
– ใกล้กับรถไฟฟ้า ในระยะเดิน 5 นาที หรือไม่เกิน 500 เมตร
– รายล้อมด้วยร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้า

ทั้งนี้ หากห้องของใครหรือโครงการใด ไม่มีอ่างอาบน้ำหรือสนามกอล์ฟจำลอง ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะนี่เป็นเพียงทางเลือกเสริมที่จะเข้ามาช่วยดึงดูดใจเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญต่อการพิจารณาเช่าก็คือเรื่องราคานั่นเองค่ะ

.

แต่งได้แต่ “อย่าเยอะ”

บางคนคิดว่าการแต่งห้องด้วยของตกแต่งมากมายจะช่วยสร้างความประทับต่อลูกค้า แต่รู้ไหมคะ บางทีอาจไม่เป็นเช่นนั้น เพราะจากประสบการณ์ของเราที่เจอมา หลังจากที่ปิดการขายได้แล้ว มีลูกค้าบางท่านขอคืนของตกแต่งทั้งหมด นี่จึงเป็นตัวพิสูจน์ได้ว่า บางครั้งแต่งน้อย ๆ พอประมาณ เน้นความเรียบง่าย ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้นะคะ

นอกจากนี้การแต่งห้องควรจะเน้นไปที่สีจำนวน Earth tone หรือ สีที่ดูสว่างๆ เพื่อทำให้ห้องดูกว้าง สะอาด ดูอบอุ่น น่าอยู่ และเข้ากับทุกคนได้มากกว่า

ส่วนเรื่องของขนาดห้อง ห้อง ขนาด 45 ตร.ม. จะเป็นขนาดที่ได้รับความนิยม หรือจะเล็กกว่านั้นก็ได้ แต่ไม่ควรต่ำกว่า 35 ตร.ม. เพราะจะดูอึดอัดไปและถ้าเป็น 1 ห้องนอน ลูกค้าญี่ปุ่นส่วนมากจะชอบห้องที่เป็นสัดส่วน มีการแยกห้องนอน ห้องนั่งเล่น ออกจากกัน และควรมีครัวปิด เพื่อที่กลิ่นอาหารจะได้ไม่ไปติดเฟอร์นิเจอร์

.
พิชิตใจผู้เช่าชาวญี่ปุ่นด้วย การสื่อสาร-แพคเกจ-บริการหลังการขาย

สิ่งที่คนญี่ปุ่นต้องการก็คือคนที่สื่อสารกับเขารู้เรื่อง แน่นอนว่าคนญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในไทยรู้ภาษาอังกฤษ แต่นั่นยังไม่พอค่ะ เขาต้องการคนที่พูดภาษาเดียวกับเข้า หรือก็คือต้อง “สื่อสาร” ภาษาญี่ปุ่นกับเขาได้ในระดับที่ดีและเข้าใจ เพราะเรื่องที่พักเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเกิดเข้าใจผิดพลาดกันตรงจุดไหนขึ้นมาก็อาจเกิดปัญหาตามมาได้
นอกจากเรื่องการสื่อสารแล้ว โดยปกติส่วนมากคนญี่ปุ่นจะบอกงบประมาณกับเรามาแล้วให้เราจัดการทุกอย่างให้ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จอยู่ในงบฯ ทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแม่บ้าน ค่าทำความสะอาด ค่าเคเบิล ต้องครบอยู่ในแพคเกจเดียว อีกทั้งเขายังมองหาบริการหลังการย้ายเข้า ที่จะมาช่วยเขาแก้ปัญหาเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ดังนั้น หากจะปิดการขายให้คนญี่ปุ่นได้ เราก็ต้องจัดการในส่วนนี้ให้เขาได้ด้วย

.
ทั้งนี้ เวลาจะเช่าห้องพักคนญี่ปุ่นมักมองหาเอเจนซีเป็นอย่างแรก มากกว่าที่จะเดินเข้าไปหาผู้ปล่อยเช่าโดยตรง ทั้งนี้ ก็เป็นเพราะที่ญี่ปุ่นนั้นมีกฎหมายว่ากระบวนการเช่าที่พักทั้งหมดต้องทำผ่านเอเจนซีเท่านั้น เขาเลยคุ้นชินและติดกับการใช้เอเจนซี เชื่อถือเอเจนซีมากกว่า ดังนั้น หากใครอยากปล่อยเช่าชาวญี่ปุ่นจึงควรปล่อยเช่าผ่านเอเจนซีนั่นเองค่ะ